Posts Tagged ‘ข้อคิด’

ข้อคิดชีวิต จงอย่าหวั่นไหวแกว่งไกวในแรงลม

01

ข้อคิดชีวิต ถ้ารู้จักตนเองดี ก็นิ่งในความเข้าใจผิดได้ไม่หวั่นไหว

ข้อคิดชีวิต →
หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งท้อง
พ่อแม่บังคับให้ลูกบอกว่าใครเป็นพ่อของเด็ก หญิงสาวทนพ่อแม่บีบคั้นไม่ได้ แต่กลัวไม่กล้าบอกว่าใครเป็นพ่อเพราะพ่อกำลังโมโหถืออาวุธจะไปเอาเรื่องกับคนที่ตนรัก เลยโกหกไปว่าพ่อของเด็กเป็นพระอาวุโสรูปหนึ่งในวัดใกล้บ้าน พ่อแม่โมโหมากแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ข้อคิดชีวิต

เมื่อเด็กคลอดออกมา คนที่บ้านก็เอาเด็กไปหาพระอาวุโสรูปนี้
พระอาวุโสท่านทราบก็บอกเพียงว่า “อ้อ อย่างนั้นหรือ” แล้วก็รับเด็กไว้
ตั้งแต่นี้ไป พระอาวุโสรูปนี้ท่านก็รับเลี้ยงเด็กไว้ เวลาไปบิณฑบาตตามบ้านท่านก็เอาไปด้วยเพราะไม่มีคนเลี้ยง

คนทั้งหมู่บ้านเห็นก็สงสัย ไปถามๆกันต่อๆ พอทราบตามที่หญิงสาวโกหกไว้ ก็เป็นเดือดเป็นแค้น ไปก่นด่าพระอาวุโสรูปนั้นต่าง ๆ นาๆ อย่างหยาบคาย แล้วก็บอกว่าไม่ต้องมาบิณฑบาตที่หมู่บ้าน จะไม่มีใครใส่อาหารให้ ท่านก็บอกเพียงว่า “อ้อ อย่างนั้นหรือ”

ผ่านไป 1 ปี หญิงสาวก็ทนไม่ไหว รู้สึกผิดสำนึกละอายใจ จึงไปสารภาพกับพ่อแม่ว่า พ่อของเด็กเป็นอีกคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับพระอาวุโสรูปนั้นเลย

พ่อแม่หญิงสาวทราบตวามจริงก็ละอายใจมาก รีบไปพบพระอาวุโสรูปนั้น เพื่อขอโทษพระอาวุโสรูปนั้น และรับเด็กกลับมาเลี้ยง ท่านก็พูดเพียงว่า “อ้อ อย่างนั้นหรือ”

ชาวบ้านทราบเรื่องก็ละอายแก่ใจ มาขอโทษท่าน นิมนต์ให้ท่านกลับไปบิณฑบาตที่หมู่บ้านอีก ท่านก็พูดเพียงว่า “อ้อ อย่างนั้นหรือ”

พระอาวุโสรูปนี้ ท่านถูกกล่าวหาจนชาวบ้านไม่นับถือแถมยังก่นด่าใส่อย่างหยาบคาย แต่ท่านก็นิ่งรับเฉยๆไว้ เพราะเหตุใด ?

หากบอกว่า “เพราะเมื่อท่านบวชเป็นพระ ชื่อเสียงเงินทองต่างเป็นของนอกกาย สรรพสิ่งล้วนหามีสาระให้ยึดมั่นได้ เด็กสาวเดือดร้อนต้องการปกปิดเรื่องของตน โกหกเพื่อปกป้องตัวเอง พ่อแม่และผู้คนต่างเข้าใจผิด แต่ท่านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร หากช่วยเด็กสาวให้พ้นวิกฤตได้ ช่วยชีวิตของเด็กทารกได้ เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง”

เป็นการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตาแก่คนทางโลก และมิได้ยึดมั่นไยดีกับโลกธรรม และผลของโลกวัชชะ ความคิดทางโลกอย่างสิ้นเชิง

ข้อคิดชีวิต

ในชีวิตจริงตอนคนอื่นเข้าใจเราผิด เราต้องใช้เวลาอย่างมากในการอธิบายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเรา แต่มักไม่มีประโยชน์ ในอารมณ์นั้นมักไม่มีใครฟัง ไม่มีใครยอมฟัง ไมมีใครเชื่อ

คนเราทั่วไปส่วนมากมีแนวโน้มที่จะเชื่อกับข้อมูลที่ได้รับมาครั้งแรก โดยไม่ค่อยพิจารณาว่า ความจริงเป็นเช่นไร ใช้หลักจากการรับรู้ของตัวเอง มีตีความอนุมานและปักใจเชื่อแล้ว อีกนานกว่าเวลาจะทำให้มีสติพิจารณาข้อมูลมากขึ้น ณ เวลานั้นพูดไปก็ป่วยการ ยิ้มรับแล้วไปทำเรื่องอื่นดีกว่า

ในชีวิตจริง คนที่เขาเข้าใจคุณ ก็จะเข้าใจคุณตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพราะฟังคุณพูดครั้งเดียวก็เข้าใจคุณ แต่เขามีวิจารณญาณและประสบการณ์ที่ดี อ่านออกและเข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไร

แต่คนที่ไม่เข้าใจและตัดสินคุณไปแล้ว คุณเปลี่ยนมันได้ยาก จนกว่าเขาจะได้ทราบข้อมูลแม้จริงแล้วเปลี่ยนความคิดด้วยตัวเขาเอง

ดังนั้น แทนที่เราจะต้องไปเสียเวลาในการแก้ตัวที่ไร้ประโยชน์ ไอ้ที่เสีย มันเสียอยู่แล้วเพราะเขาไม่มีทางที่จะมาทำความเข้าใจ ทำเรื่องที่ควรทำ ไปทำอะไรที่มีประโยชน์ในระยะยาวดีกว่า

คนจะเข้าใจเราไปว่าเป็นอย่างไร ไม่สำคัญเท่าเราจะเลือกใช้ชีวิตเป็นอย่างไร

อ่าน ข้อคิดชีวิต ได้รู้จักตัวเองแล้วจะไม่หวั่นไหวกับโลกธรรมทั้ง 8 และใช้ชีวิตอย่างสงบไม่รุ่มร้อน แม้อยู่ในท่ามกลางความรุ่มร้อนของผู้อื่นครับ